Stagflation คืออะไร

Stagflation คืออะไร

Stagflation คืออะไร ในรอบปีที่ผ่านมา หลายคนอาจจะเห็นกันแล้วว่า เศรษฐกิจที่ผ่านมารอบตัวเรา หรือรวมถึงในประเทศของเราด้วย ได้มีการฝืดเคืองไปหมด แต่รู้หรือไม่ว่า ราคาสินค้าทั่วโลกกำลังปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นราคาของน้ำมันดิบ ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น สูงขึ้นมากว่า 164% ราคาน้ำมันปาล์มก็ปรับตัวสูงเพิ่มขึ้นเช่นกัน ถึง 115% รวมถึงราคาทองแดงก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 100%

ในขณะที่ราคาเหล็กกล้า ก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกถึง 54% ซึ่งราคาของสินค้าเหล่านี้ ก็ถือเป็นต้นทุนสำคัญเป็นอย่างมาก อาจเรียกได้ว่าเป็นต้นทางของการผลิตสินค้าหลาย ๆ อย่างบนโลกใบนี้

เมื่อต้นทุนเหล่านี้เริ่มเพิ่มขึ้น ก็มักจะส่งผลให้ราคาของสินค้าหลาย ๆ มีราคาที่สูงขึ้นมากเช่นกัน และแน่นอนว่า เมื่อสินค้าแบบเดิม หรือของแบบเดิม บริการแบบเดิม แต่ว่าพวกเรามีการจ่ายเงินในราคาที่เพิ่มขึ้น

ก็แปลว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกในตอนนี้ กำลังปรับตัวมากขึ้น และมีแนวโน้วที่จะมีการปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงเรื่องของเงินเฟ้อ หรือการที่เงินเฟ้อมีการปรับตัวขึ้นสูงขึ้น ก็อาจไม่ได้ดูว่าจะเป็นสิ่งที่น่ากังวนมากนัก ถ้าไปเกิดที่ประเทศที่ตอนนี้ เศรษฐกิจเริ่มมีการฟื้นตัวแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการได้รับการฉีดวัคซีน รวมไปถึงการอัดฉีดของมาตรการ การกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่เข้าไปในระบบของประเทศ แต่ในการกลับกัน หากย้อนกลับมาดูสถานการณ์เศรษฐกิจที่ประเทศไทยของเราในตอนนี้

คงต้องบอกว่า ประเทศไทยของเราตอนนี้ อาจจะยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างพร้อมกันทั่วโลกในตอนนี้ เพราะอย่างที่บอกว่า เศรษฐกิจของไทย ในวันนี้ หรือพูดง่าย ๆ ว่า เรายังคงได้รับแรงกดดัน จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระรอบล่าสุด ซึ่งก็อาจจะทำให้ปีนี้ ตลอดทั้งปีของเศรษฐิจไทย อาจจะยังไม่สามารถกลับมาฟื้นตัวในสภาวะปกติได้นั่นเอง

และทั้งหมดนี้อาจนำไปสู้สภาวะที่เรียกว่า Stagflation หรือสภาวะที่เศรษฐกิจยังชงัก หรือว่าถดถอย แต่ว่าราคาของสินค้าหลาย ๆ อย่างกลับมีราคาที่แพงขึ้นนั่นเอง

Stagflation คืออะไร

ความเป็นไปได้ของ Stagflation มีมากขนาดไหน ถ้าเกิดขึ้นจริง เราต้องเผชิญกับอะไรกันบ้าง

ผลกระทบของเงินเฟ้อ หรือ inflation

โดยผลกระทบของเงินเฟ้อนั้น จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต รวมถึงต้นทุนการใช้ชีวิตของพวกเราทุกคนอีกด้วย ซึ่งสามารถส่งผลต่ออะไรกันบ้างนั้น ไปดูกัน

1. ราคาต้นทุนของอาหารสัตว์

ซึ่งจะเห็นว่า ราคาของอาหารสัตว์ เช่น ถั่วเหลืองที่มีราคาที่แพงขึ้น กากของถั่วเหลืองที่พวกเราได้นำมาทำเป็นอาหารในการเลี้ยงหมูก็จะมีราคาที่แพงขึ้นไปด้วย ซึ่งทำให้เนื้อหมู่ที่มนถษย์เราบริโภคมีราคาที่แพงขึ้นไปอีกด้วยในระดับหนึ่ง

2. ราคาต้นทุนของเหล็ก หรืออุปกรณ์การก่อสร้าง

ซึ่งราคาของเหล็กที่มีราคาแพงขึ้น ต้นทุนของการก่อสร้างต่าง ๆ ที่ใช้เหล็กเป็นองค์ประกอบก็จะแพงขึ้นตาม ซึ่งก็จะมีผลกระทบกับราคาของที่อยู่อาศับที่จะมีการปรับตัวแพงขึ้นด้วยนั่นเอง

3. ราคาของน้ำมันเชื้อเพลิง

ซึ่งราคาของเชื้อเพลิงที่มีราคาแพงขึ้น ซึ่งมีราคาค่าขนส่ง หรือค่าอะไรหลาย ๆ อย่าง ก็จะมีการปรับตัวสูงขึ้นมากเช่นกัน

ล่าสุดจะเห็นว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกา ที่มีประกาศออกมานั้น ซึ่งมีการปรับตัวพุ่งสูงขึ้นถึง 4.2% ซึ่งถือว่าเป็นการปรับตัวขึ้นสูงที่เร็วที่สุดของรอบ 13 ปี โดยนั้บตั้งแต่การเกิดวิกฤตสงครามในปี 2008

สาเหตุของการปรับตัวเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ

  • เกิดจากฐานที่ต่ำ โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับเมื่อปีก่อน หรือปีที่ผ่านมานี้ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งของเดือนเมษายน ของปีที่แล้ว สหรัฐอเมริกาก็ถือว่าได้อยู่ในท่ามกลาง การระบาดของโควิด 19 เช่นกัน เพราะฉนั้น เงินเฟ้อจึงมีการปรับตัวขึ้นสูง
  • เกิดจากราคาของสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาของสินค้าที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุด จะมาจากราคาของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งราคาของน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงที่ผ่านมา มีการปรับตัวสูงขึ้น ถึง 164%

อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยเป็นอย่างไร

สำหรับอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทย ของเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ จะเห็นว่า มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 3.4% ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกกลับมาเป็นบวกเป็นครั้งแรก ในรอบ 14 เดือน หรือนับตั้งแต่ มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 โดยจะเห็นว่า เงินเฟ้อของประเทศไทยที่ปรับตัวขึ้นมา ก็เนื่องมาจากของราคาของน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลักเช่นกัน

และนอกจากต้นทุนของน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ยังมีเรื่องของราคาอาหารสำเร็จรูป ราคาของที่พักอาศัย รวมถึงราคาของอาหารสดอีกด้วย อย่างเช่น ข้าว เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ เพื่อที่จะเอาราคาของสิ่งเหล่านี้มาคิดคำนวณ เพื่อที่จะหาอัตราของเงินเฟ้ออีกด้วย

ซึ่งจะเห็นว่า จากที่เราได้คำนวณของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว จะทำให้เห็นว่า ประเทศไทยของเราก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะประสบปัญหาเงินเฟ้อที่จะสูงมากขึ้นฝนอนาคตอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้หลายคนก็ได้เห็นแล้วว่า ตอนนี้ภาวะของเศรษฐิจของประเทศไทย ตอนนี้กำลังเผชิญกับอะไรบ้าง ซึ่งทุกคนก็คงได้รับรู้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แล้วก็มีการคาดการณืกันอีกว่า หากเรายังไม่มีการแก้ไขปัญหา เรื่องของวิกฤตการแพร่ระบาดโควิด 13 ในรอบนี้ให้สำเร็จ

เราทุกคน อาจจะต้องเผชิญกับสภาวะถดถอยกันในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งในขณะที่เงินเฟ้อข้างนอก หรือต่างประเทศ ก็กำลังมีการปรับตัวที่สูงขึ้น โดยผลที่อาจเกิดขึ้น ก็คือ ผู้ประกอบการที่ประเทศของเรา ซึ่งเมื่อมีเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ก็ต้องมีการแบกรับกับสภาวะ ของต้นทุนที่มีราคาที่สูงขึ้น มากด้วยเช่นกัน

และแน่นอนว่า หากสภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น ผู้ประกอบการก็จะสามารถประบราคาของสินค้าให้ขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้นอีกด้วย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การผลักภาระให้ผู้บริโภคนั่นเอง เนื่องจาก ได้เห็นว่าผู้บริโภคนั้น ก็ยังมีกำลังในการที่จะจ่ายด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบอีกอย่างนั้นที่ประเทศไทยที่ต้องเผชิญนั้นก็คือ อัตรการว่างงานนั่นเอง โดยถ้าเราย้อนกลับไปดู อตีด ประเทศไทยมีอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับที่ต่ำมาโดยตลอดในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่เมื่อเกิดวิกฤตการเแพร่ระบาดของโควิด 19 ตั้งแต่เริ่มแรกเลย ก็ต้องยอมรับเลยว่า อัตราการว่างานของประเทศไทย มีการปรับตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง้ลยทีเดียว

เนื่องจากแรงการส่วนใหญ่ของประเทศเรานั้น อยู่ในภาคของงานด้านบริการนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ก็ได้มีการรับผลกระทบอย่างหนักหน่วง อย่างเห็นได้ชัดเจนเลยทีเดียว จากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในครั้งนี้

ความรู้เพิ่มเติม

  • Stagflation หมายถึง เศรษฐกิจ ที่กำลังประสบปัญหากับสภาวะของเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น พร้อม ๆ กัน และความซบเซาของผลผลิตทางเศรษฐกิจ
  • Stagflation โดยได้รับการยอมรับเป็นครั้งแรก ในช่วงปี 1970 ซึ่งมีหลายประเทศที่กำลังประสบกับปัญหาเงินเฟ้ออย่างรวดเร็ว และการว่างงานสูง อันเป็นผลมาจากน้ำมันเชื้อเพลิง
    ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ ที่แพร่หลายในเวลานั้น ไม่สามารถอธิบายได้อย่างง่ายดายว่า ภาวะเงินเฟ้อ เกิดขึ้นได้อย่างไร
  • ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ระดับราคาที่สูงขึ้น ในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตช้า หรือติดลบ ได้กลายเป็นเรื่องปกติมากกว่าสถานการณ์พิเศษ

เครดิต https://up388.com/
เพิ่มเติมบทความ /